การปลูกมะเดื่อฝรั่งจากต้นแบบเสียบยอดหรือติดตาเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกเองที่บ้าน เพราะช่วยให้ได้สายพันธุ์ที่ต้องการและมีโอกาสติดผลเร็วกว่าการเพาะเมล็ด ต้นแบบนี้จะประกอบด้วยส่วนของต้นตอ (รากและลำต้นส่วนล่าง) และกิ่งพันธุ์ดีที่นำมาเสียบหรือติดตา ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดีและข้อควรพิจารณาต่างกันไป โดยทั่วไปแล้ว แบบเสียบยอดมักจะแตกยอดได้เร็วกว่าและมีทรงต้นที่สวยงามตั้งแต่แรกเริ่ม แต่ก็อาจจะอ่อนแอต่อลมแรงในช่วงปีแรกที่ปลูก ทำให้ต้องระมัดระวังเรื่องการพยุงรอยต่อ ส่วนแบบติดตา แม้จะใช้เวลาในการแตกยอดนานกว่า แต่เมื่อแตกแล้วมักจะพุ่งตัวได้ดีและแข็งแรงกว่า เพราะมีการสะสมอาหารมานานกว่านั่นเอง การเลือกแบบไหนขึ้นอยู่กับความชอบและสภาพแวดล้อมในการปลูกของคุณเป็นหลัก
มะเดื่อฝรั่งมีหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือกปลูก ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ก็มีลักษณะเฉพาะตัว ทั้งรสชาติ ขนาดผล สีผิว และความทนทานต่อสภาพอากาศ การเลือกสายพันธุ์จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาให้ดีก่อนตัดสินใจปลูก สำหรับต้นมะเดื่อฝรั่งแบบเสียบยอดติดตา มีสายพันธุ์ให้เลือกมากมาย เช่น Black LDA, Bourjasotte noire, White Israel, Stella, Brown turkey และอีกหลายสิบสายพันธุ์ที่น่าสนใจ บางสายพันธุ์อาจมีข้อควรระวังเพิ่มเติม เช่น "สายพันธุ์ที่ผ่านล่าม" ซึ่งหมายถึงสายพันธุ์ที่ต้องมีการเลี้ยงต้นตอ (ล่าม) ให้แข็งแรงก่อน แล้วจึงค่อยตัดยอดล่ามออกเพื่อให้สายพันธุ์หลักแตกยอดออกมา หากไม่ทำตามขั้นตอนนี้ อาจทำให้ได้ต้นตอ (ล่าม) เติบโตแทนสายพันธุ์ที่ต้องการ ดังนั้น การศึกษาข้อมูลของแต่ละสายพันธุ์ที่คุณสนใจ และทำความเข้าใจวิธีการดูแลเฉพาะของสายพันธุ์นั้นๆ จะช่วยให้การปลูกประสบความสำเร็จมากขึ้น
เมื่อได้รับต้นมะเดื่อฝรั่งแบบเสียบยอดหรือติดตามาแล้ว ขั้นตอนการอนุบาลเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ต้นไม้ตั้งตัวได้ดี การเตรียมวัสดุปลูกที่เหมาะสมเป็นหัวใจสำคัญ ควรใช้วัสดุที่โปร่ง ระบายน้ำได้ดี เช่น มะพร้าวสับละเอียด เพราะหากใช้ดินทั่วไปอาจเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อราและทำให้ต้นเน่าได้ ก่อนลงถุงปลูก ควรฉีดน้ำล้างขุยมะพร้าวที่ติดมากับรากออกเล็กน้อย เพื่อป้องกันการเน่าเมื่อลงถุงปลูกใหม่ๆ หลังจากปลูกลงถุงแล้ว ให้รดน้ำเพียงครั้งเดียว (หากอนุบาลด้วยมะพร้าวสับที่แช่น้ำมาแล้วก็ไม่จำเป็นต้องรด) แล้วนำไปวางไว้ในที่ร่ม มีอากาศถ่ายเทดี ไม่ควรอับชื้น การรดน้ำครั้งต่อไปให้สังเกตว่าวัสดุปลูกเริ่มแห้งแล้วค่อยรด ไม่จำเป็นต้องรดทุกวัน เพราะหากแฉะเกินไปจะทำให้รากเน่าได้ง่าย
หลังจากผ่านไปประมาณ 7-10 วัน ค่อยๆ ให้ต้นได้รับแสงแดดยามเช้า และเมื่อใบแรกและใบที่สองกางเต็มที่แล้ว ก็สามารถนำออกแดดเต็มที่ได้ตามปกติ พร้อมกับการรดน้ำที่ไม่แฉะเกินไป และอาจเริ่มใส่ปุ๋ยบางๆ ได้ การดูแลในช่วงแรกนี้ต้องอาศัยความเอาใจใส่เป็นพิเศษ เพื่อให้ต้นมะเดื่อฝรั่งของคุณเติบโตแข็งแรงและพร้อมให้ผลผลิตในอนาคต หากต้นตอมีการแตกยอดออกมาในช่วงแรก ควรเลี้ยงยอดนั้นไว้ก่อน เพราะจะช่วยในการปรุงอาหารเลี้ยงรากให้แข็งแรง ก่อนที่จะตัดยอดล่ามออกเมื่อสายพันธุ์หลักเริ่มแตกยอดตามที่ต้องการ
แบบเสียบยอดมักจะแตกยอดเร็วกว่าและมีทรงต้นสวยงามตั้งแต่แรก แต่ต้องระวังลมแรงในปีแรก ส่วนแบบติดตาจะแตกยอดช้ากว่า แต่เมื่อแตกแล้วมักจะพุ่งแรงและแข็งแรงกว่าเพราะสะสมอาหารมานานกว่า
สายพันธุ์ที่ผ่านล่ามหมายถึงต้องเลี้ยงต้นตอ (ล่าม) ให้แข็งแรงก่อน แล้วค่อยตัดยอดล่ามออกเพื่อให้สายพันธุ์หลักแตกยอด หากไม่ตัด อาจทำให้ต้นตอ (ล่าม) เติบโตแทนสายพันธุ์ที่ต้องการ
ควรใช้วัสดุปลูกที่โปร่งและระบายน้ำได้ดี เช่น มะพร้าวสับละเอียด เพราะหากใช้ดินทั่วไปอาจเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อราและทำให้ต้นเน่าได้
หลังจากลงถุงปลูก ให้รดน้ำเพียงครั้งเดียว (หรือไม่ต้องรดหากมะพร้าวสับแช่น้ำมาแล้ว) การรดน้ำครั้งต่อไปให้สังเกตว่าวัสดุปลูกเริ่มแห้งแล้วค่อยรด ไม่จำเป็นต้องรดทุกวัน เพราะหากแฉะเกินไปจะทำให้รากเน่าได้ง่าย
ในช่วงแรกควรวางไว้ในที่ร่ม มีอากาศถ่ายเทดี หลังจาก 7-10 วัน ให้เริ่มโดนแดดเช้าได้ และเมื่อใบแรกและใบที่สองกางเต็มที่แล้ว ก็สามารถนำออกแดดเต็มที่ได้ตามปกติ
เราคัดสินค้าจากข้อมูลยอดขายและคะแนนรีวิวจริงของผู้ซื้อบนแพลตฟอร์มร้านค้า แล้วเรียบเรียงข้อมูลให้อ่านง่ายและครบถ้วน ราคาและสต็อกอัปเดตอัตโนมัติจากร้านค้า
หมายเหตุ: คะแนน ★ 4.8 และยอดขาย 132 เป็นข้อมูลรีวิวจากผู้ซื้อบนแพลตฟอร์มร้านค้า ไม่ใช่บทวิจารณ์ของ TaladHouse