ทำความเข้าใจก่อนว่าไฟตกกับเบรกเกอร์ตัดต่างกันยังไง
คนส่วนใหญ่เรียกรวมว่า "ไฟดับ" แต่จริงๆ สองอาการนี้บอกคนละเรื่อง และวิธีรับมือก็ต่างกัน
ไฟตก — แสงหรี่แล้วกลับมา
ไฟตกไม่ใช่ไฟดับจริง แต่คือแรงดันไฟฟ้าลดลงชั่วคราว แล้วดีดกลับมาเองภายในวินาที สังเกตง่ายๆ คือหลอดไฟหรี่วูบหนึ่ง พัดลมช้าลงแล้วเร็วขึ้น หรือทีวีกะพริบ มักเกิดตอนที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังสูงเปิดขึ้นมาพร้อมกัน เช่น แอร์กับไมโครเวฟ
ปัญหาคือถึงไฟจะกลับมาปกติ แต่ช่วงที่แรงดันตก อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้รับกระแสไม่สม่ำเสมอ มอเตอร์ในเครื่องซักผ้าหรือแอร์ต้องออกแรงมากขึ้นในช่วงนั้น ทำให้ชิ้นส่วนเสื่อมเร็วกว่าอายุที่ควรจะเป็น ถ้าเจอแบบนี้บ่อยทุกวัน ไม่ใช่เรื่องที่ปล่อยผ่านได้
เบรกเกอร์ตัด — ไฟดับทั้งโซนทันที
เบรกเกอร์ตัดต่างออกไปชัดเจน คือไฟในโซนนั้นดับหมดทันที ไม่กลับมาเองจนกว่าจะโยกสวิตช์กลับ อาการแบบนี้คือระบบป้องกันทำงานถูกต้อง ไม่ใช่ความเสียหาย เบรกเกอร์ตัดเพราะโหลดไฟฟ้าในวงจรนั้นเกินกว่าที่รับไหว หรือมีไฟฟ้าลัดวงจรเกิดขึ้น
สิ่งที่หลายคนทำผิดคือโยกเบรกเกอร์กลับทันทีโดยไม่ได้ลดโหลดก่อน ผลคือตัดซ้ำ แล้วก็โยกกลับอีก วนไปเรื่อยๆ ที่ถูกคือปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าออกก่อน อย่างน้อยชิ้นที่กำลังสูง แล้วค่อยโยกเบรกเกอร์กลับ จากนั้นค่อยๆ เปิดทีละชิ้นเพื่อหาตัวที่เป็นต้นเหตุ
เช็กในห้องก่อน สิ่งที่ทำได้เองโดยไม่ต้องรอช่าง
มีหลายจุดในห้องที่ดูได้เองและช่วยระบุต้นเหตุได้ ก่อนโทรหาใครให้ผ่านจุดเหล่านี้ก่อน
นับโหลดรวมในห้องว่าเกินวงจรไหม
วงจรไฟฟ้าในห้องคอนโดส่วนใหญ่รับได้ประมาณ 15-20 แอมป์ ต่อวงจร ซึ่งฟังดูเยอะ แต่เครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังสูงกินไปเร็วมาก ลองนึกดูว่าห้องมีอะไรเสียบอยู่บ้าง
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินกระแสสูงและมักเสียบอยู่วงจรเดียวกันในคอนโด:
- แอร์ขนาด 9,000-12,000 BTU กินประมาณ 7-10 แอมป์
- ไมโครเวฟ กินประมาณ 6-8 แอมป์
- กาต้มน้ำไฟฟ้า กินประมาณ 8-10 แอมป์
- เครื่องซักผ้าฝาหน้า กินประมาณ 5-8 แอมป์
ถ้าของสองสามชิ้นข้างบนรวมกันแล้วเกิน 15 แอมป์ในวงจรเดียว เบรกเกอร์ตัดเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ระบบเสีย แค่โหลดมากเกินไป ลองดูว่าย้ายเครื่องบางชิ้นไปเสียบวงจรอื่นได้ไหม
ดูปลั๊กพ่วงและสายไฟที่ใช้อยู่
ปลั๊กพ่วงราคาถูกที่ไม่มีมาตรฐานคือจุดที่คนมองข้ามบ่อยที่สุด บางตัวรับได้แค่ 1,500-1,800 วัตต์ แต่เราเสียบแอร์กับกาต้มน้ำรวมกันเกินนั้นแล้ว สายไฟที่บางเกินกับโหลดที่ใช้ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่ง
สัญญาณที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ได้แก่ ตัวปลั๊กหรือสายไฟอุ่นหรือร้อนผิดปกติหลังใช้งาน ตัวปลั๊กเปลี่ยนสีเหลืองหรือน้ำตาล มีรอยไหม้ที่ช่องเสียบ หรือกลิ่นไหม้เวลาใช้งาน ถ้าเจออาการเหล่านี้ให้เปลี่ยนทันที อย่ารอ
รางปลั๊ก 3 ช่องมี มอก. ป้องกันไฟกระชาก และเบรกเกอร์นิรภัย — ช่วยกระจายโหลดไฟฟ้าเมื่อต้องเสียบเครื่องใช้หลายตัว
ดูสินค้าปลั๊กไฟ Lumira มี มอก. 2432 ป้องกันไฟกระชาก 4 ช่อง 2300W — ช่วยกระจายโหลดและป้องกันไฟกระชากเมื่อเสียบเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายตัว
ดูสินค้าลองแยกวงจรดูว่าปัญหาอยู่ที่ห้องหรือส่วนกลาง
วิธีนี้ง่ายมากและบอกได้ชัดเจนว่าต้นเหตุอยู่ที่ไหน เริ่มจากปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชิ้นในห้องให้หมด แล้วสังเกตว่าไฟยังตกอยู่ไหม ถ้าตกอยู่แม้ไม่มีอะไรเปิด ปัญหาอยู่ที่ระบบส่วนกลาง ไม่ใช่ห้องคุณ
ถ้าไม่ตกเมื่อปิดทุกอย่าง ค่อยๆ เปิดทีละชิ้น สังเกตว่าไฟตกเมื่อเปิดชิ้นไหน นั่นคือตัวที่กินโหลดสูงเกินกว่าที่วงจรรับได้ หรืออาจเป็นเครื่องที่มอเตอร์กำลังมีปัญหาและดึงกระแสมากผิดปกติ รู้แบบนี้แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะย้ายวงจรหรือต้องเรียกช่างดูเครื่องนั้น
อ่านต่อ: เช็คไฟรั่วในบ้าน
สัญญาณที่บอกว่าต้องแจ้งนิติฯ หรือเรียกช่างแล้ว
มีบางอาการที่เช็กเองได้แต่แก้เองไม่ได้ และบางอาการที่ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เพราะเสี่ยงจริง
อาการที่ต้องแจ้งนิติฯ ทันที
ถ้าเช็กในห้องแล้วทุกอย่างปกติ แต่ไฟยังตกอยู่ มีโอกาสสูงที่ปัญหาอยู่ที่ระบบส่วนกลางของอาคาร อาการที่ควรแจ้งนิติฯ โดยไม่รอ:
- ไฟตกพร้อมกันหลายห้องในชั้นเดียวกันหรือในช่วงเวลาเดียวกัน
- มีกลิ่นไหม้หรือควันจากบริเวณตู้เมนสวิตช์หรือห้องไฟฟ้าส่วนกลาง
- แรงดันไฟฟ้าต่ำผิดปกติตลอดเวลา ไม่ใช่แค่ตอนเปิดเครื่อง
- เบรกเกอร์ส่วนกลางของชั้นหรืออาคารตัดบ่อย
เวลาแจ้งนิติฯ บอกอาการให้ชัดเจน เช่น เกิดกี่โมง เปิดเครื่องอะไรอยู่ ไฟตกนานแค่ไหน เบรกเกอร์ตัดหรือแค่หรี่ ข้อมูลแบบนี้ช่วยให้ช่างของนิติฯ วินิจฉัยได้เร็วขึ้นมาก
งานที่ต้องให้ช่างที่ชำนาญทำเท่านั้น
งานที่ต้องแตะสายเมน ตู้เบรกเกอร์ หรือเดินสายใหม่ในผนัง ไม่ใช่งานที่ควรทำเอง ไม่ว่าจะดูยูทูบมาเยอะแค่ไหนก็ตาม เพราะผิดพลาดแค่จุดเดียวอาจทำให้ไฟรั่วทั้งระบบ หรือเกิดไฟไหม้ในผนังที่มองไม่เห็นจากภายนอก
ช่างไฟที่ชำนาญงานในอาคารชุดจะรู้ว่าต้องประสานกับนิติฯ อย่างไร รู้ว่าระบบสายดินของอาคารเชื่อมกันยังไง และรู้ว่าการเปลี่ยนเบรกเกอร์หรือเพิ่มวงจรในคอนโดต้องขออนุญาตหรือเปล่า สิ่งเหล่านี้คือเหตุผลที่งานพวกนี้ควรให้คนที่ทำเป็นจัดการ
เซฟตี้คัท RCBO ป้องกันไฟรั่ว-ไฟช็อต-ไฟเกิน-ลัดวงจร — ติดตั้งในตู้เบรกเกอร์เพื่อป้องกันวงจรไฟเกินโหลดที่บทความพูดถึง
ดูสินค้าอ่านเพิ่มเติม: ปลั๊กพ่วง ยี่ห้อไหนดี มอก.
อุปกรณ์ป้องกันที่ควรมีติดห้องไว้
แม้แก้ต้นเหตุไม่ได้ทันที แต่มีอุปกรณ์บางอย่างที่ช่วยลดความเสียหายจากไฟตกไฟเกินได้จริงในชีวิตประจำวัน
ปลั๊กพ่วงมาตรฐานที่มีฟิวส์และวงจรป้องกันไฟกระชาก
ปลั๊กพ่วงที่ควรใช้ต้องมี มอก. 2432 เป็นอย่างน้อย มีสวิตช์ตัดวงจรในตัว และระบุกำลังวัตต์ที่รับได้ชัดเจน ปลั๊กพ่วงถูกที่ไม่มีมาตรฐานอันตรายกว่าที่คิด เพราะวัสดุภายในไม่ได้ออกแบบมาให้รับโหลดสูงต่อเนื่อง สายร้อนสะสมทีละนิดจนเกิดไฟไหม้ได้
ถ้าใช้แอร์หรือเครื่องซักผ้า ให้เสียบตรงกับปลั๊กผนังเสมอ อย่าต่อผ่านปลั๊กพ่วง เพราะโหลดสูงเกินกว่าที่ปลั๊กพ่วงส่วนใหญ่รับได้อย่างปลอดภัย ปลั๊กพ่วงเหมาะกับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปอย่างโทรศัพท์ แล็ปท็อป หรือโคมไฟ
ปลั๊กพ่วง Randy มี มอก. ป้องกันไฟกระชาก 2300W — ช่วยเสียบเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายตัวได้ปลอดภัยตามมาตรฐาน
ดูสินค้าเครื่องสำรองไฟ UPS สำหรับอุปกรณ์สำคัญ
UPS ไม่ได้มีไว้แค่สำหรับคอมพิวเตอร์ตามที่หลายคนเข้าใจ อุปกรณ์ที่ไวต่อแรงดันไฟฟ้าอย่าง router, NAS, หรือเครื่องเสียงราคาสูง ก็ได้ประโยชน์จาก UPS เหมือนกัน เพราะ UPS จะปรับแรงดันให้คงที่และต่อไฟสำรองชั่วคราวเมื่อไฟตกหนักหรือดับ
สำหรับห้องคอนโดที่ไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ขนาด 600-800 VA มักพอสำหรับ router และอุปกรณ์เครือข่าย ถ้าต้องการครอบคลุมทีวีหรือเครื่องเสียงด้วย ดูที่ 1,000-1,500 VA ขึ้นไป ราคาต่างกันพอสมควร แต่เทียบกับค่าซ่อมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ที่โดนไฟตกเสียหายแล้วถือว่าคุ้ม
ปลั๊กป้องกันไฟกระชากสำหรับทีวีและเครื่องเสียง
ปลั๊กพ่วงทั่วไปกับ surge protector ต่างกันตรงที่ surge protector มีวงจรดูดซับแรงดันไฟฟ้าที่พุ่งสูงผิดปกติชั่วขณะ ปลั๊กพ่วงธรรมดาไม่มีส่วนนี้ แม้จะมีสวิตช์ตัดวงจรก็ตาม เพราะสวิตช์ตัดวงจรป้องกันโหลดเกิน ไม่ได้ป้องกันไฟกระชากที่เกิดและจบภายในเสี้ยววินาที
ทีวีและเครื่องเสียงที่ราคาเกิน 10,000-20,000 บาท ขึ้นไป ควรเสียบผ่าน surge protector หรืออุปกรณ์ป้องกันไฟกระชากโดยเฉพาะ ไม่ใช่ปลั๊กพ่วงธรรมดา โดยเฉพาะในคอนโดที่รู้อยู่แล้วว่าระบบไฟฟ้าไม่เสถียร
ป้องกันไฟตก-ไฟเกิน-ไฟกระชาก พร้อมแสดงค่าแรงดันไฟฟ้าขาเข้า — ช่วยให้เห็นสภาวะไฟฟ้าผิดปกติที่บทความเตือน
ดูสินค้าป้องกันไฟเกิน-ไฟตก 40A/63A พร้อมจอแสดงค่าแม่นยำและรีเซ็ตอัตโนมัติ — ช่วยเช็กสภาวะไฟฟ้าและป้องกันเครื่องใช้ไฟฟ้า
ดูสินค้า