ทำไมหมอนถึงเหม็นอับ ทั้งที่เปลี่ยนปลอกทุกอาทิตย์
หลายคนเปลี่ยนปลอกหมอนสม่ำเสมอแต่กลิ่นก็ยังไม่หาย เพราะต้นเหตุอยู่ข้างในไส้หมอน ไม่ใช่ที่ผ้าคลุมภายนอก
ความชื้นจากเหงื่อและไอหายใจสะสมทุกคืน
ทุกคืนที่นอนหลับ ร่างกายปล่อยความชื้นออกมาตลอดเวลา ทั้งจากเหงื่อที่ซึมผ่านผิวหนังและไอหายใจที่ลอยขึ้นมาชนหมอนซ้ำๆ ความชื้นเหล่านี้ซึมผ่านปลอกหมอนเข้าไปในไส้ทีละนิด แล้วค้างอยู่ข้างในโดยไม่มีทางออก
พอความชื้นสะสมมากพอ แบคทีเรียและเชื้อราก็เริ่มเติบโตในสภาพแวดล้อมอุ่นและชื้นนั้น นั่นคือที่มาของกลิ่นอับที่ดมแล้วรู้สึกว่า หนักและติดจมูก ต่างจากกลิ่นสกปรกธรรมดา
ไส้หมอนบางชนิดระบายอากาศได้แย่กว่าที่คิด
ไส้หมอนแต่ละประเภทดักความชื้นไว้ต่างกันมาก หมอนใยสังเคราะห์ที่อัดแน่นจนนุ่มมากๆ มักระบายอากาศได้ยากที่สุด ความชื้นเข้าไปแล้วแทบไม่มีทางออก ยิ่งใบหนาและแน่น ยิ่งหนักขึ้น
หมอนยางพาราดูเหมือนจะดีกว่า แต่ถ้าไม่ได้เจาะรูระบายอากาศ ความชื้นก็ค้างได้เช่นกัน ส่วนหมอนขนนกหรือขนเป็ดมีการระบายอากาศดีกว่า แต่ถ้าเปียกชื้นแล้วแห้งไม่สนิท กลิ่นจะหนักมากเป็นพิเศษ ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าหมอนดีหรือไม่ดี แต่อยู่ที่ว่าความชื้นออกได้ไหม
วิธีดับกลิ่นหมอนที่ซักไม่ได้ ทำได้เองที่บ้าน
ไม่ต้องทิ้งหมอนใบโปรดทันที มีหลายวิธีที่ช่วยดึงกลิ่นออกจากไส้หมอนได้โดยไม่ต้องโยนเข้าเครื่องซัก
ผึ่งแดดจัดๆ อย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง
แดดจัดๆ กลางวันคือวิธีที่ง่ายและได้ผลที่สุด แสง UV ช่วยฆ่าแบคทีเรียในไส้หมอนได้จริง ขณะที่ความร้อนช่วยดึงความชื้นที่ค้างอยู่ข้างในออกมา แค่เอาหมอนออกไปตากก็ช่วยได้แล้ว
สิ่งที่หลายคนทำผิดคือวางหมอนราบลงบนราว ซึ่งทำให้แดดโดนแค่ด้านเดียว วิธีที่ถูกคือตั้งหมอนตะแคง หรือพิงไว้กับราวเพื่อให้ลมผ่านได้ทั้งสองหน้า ทิ้งไว้อย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง ในช่วงแดดจัด ไม่ใช่แค่วางออกไปชั่วโมงเดียวแล้วเอาเข้า
ข้อควรระวังสำหรับหมอนยางพาราคืออย่าตากแดดจัดนานเกินไปติดต่อกัน เพราะความร้อนสูงทำให้ยางเสื่อมเร็ว ตากได้แต่ควรสลับเข้าร่มช่วงบ่ายที่แดดแรงที่สุด
โรยเบกกิ้งโซดาทิ้งไว้ข้ามคืน
เบกกิ้งโซดาดูดซับกลิ่นได้จริง และปลอดภัยกับหมอนทุกชนิด วิธีใช้ไม่ยุ่งยาก แต่ต้องทำให้ถูกขั้นตอนถึงจะได้ผล
ขั้นตอนที่ควรทำ:
- ตรวจให้แน่ใจว่าหมอนแห้งสนิทก่อนโรย ถ้าหมอนยังชื้นอยู่ เบกกิ้งโซดาจะจับตัวเป็นก้อนและดูดซับได้น้อยลง
- โรยเบกกิ้งโซดาบางๆ ทั่วหน้าหมอนทั้งสองด้าน ไม่ต้องหนามาก
- ทิ้งไว้อย่างน้อย 4-8 ชั่วโมง หรือข้ามคืนยิ่งดี
- ตบหมอนเบาๆ แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดผงออกให้สะอาด
วิธีนี้ไม่ได้ฆ่าเชื้อ แต่ช่วยดึงกลิ่นออกจากไส้หมอนได้ดี เหมาะมากสำหรับหมอนที่ผึ่งแดดไม่ได้เพราะอากาศครึ้มหรืออยู่คอนโดที่แดดไม่ถึง
สเปรย์ดับกลิ่นและน้ำมันหอมระเหย ใช้ยังไงให้ได้ผลไม่ใช่แค่กลบ
สเปรย์ปรับอากาศส่วนใหญ่ที่ขายในซูเปอร์มาร์เก็ตทำหน้าที่ กลบกลิ่น ไม่ใช่ดับกลิ่น กลิ่นอับยังอยู่ข้างใน แค่ถูกบดบังชั่วคราว สเปรย์ที่ดับกลิ่นได้จริงต้องมีสารที่จับโมเลกุลกลิ่นและทำลายมัน ไม่ใช่แค่ฉีดน้ำหอมทับ
วิธีใช้ที่ถูกต้องคือฉีดที่ปลอกหมอนด้านนอก ไม่ใช่ฉีดตรงเข้าไส้หมอนโดยตรง เพราะจะทำให้ความชื้นเพิ่มขึ้นและยิ่งเป็นที่อยู่ของแบคทีเรีย ฉีดแล้วปล่อยให้แห้งสนิทก่อนนอน
สเปรย์ปรับอากาศ Aro 300ml — ใช้ดับกลิ่นอับและปรับอากาศห้องนอนหลังจากผึ่งแดดหรือโรยเบกกิ้งโซดา ตามขั้นตอนที่บทความแนะนำ
ดูสินค้าสำหรับน้ำมันหอมระเหย เช่น ลาเวนเดอร์หรือทีทรีออยล์ที่มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย ให้หยดลงบนแผ่นผ้าหรือกระดาษทิชชูแล้ววางข้างหมอน ไม่ใช่หยดตรงบนไส้หมอน วิธีนี้ให้กลิ่นหอมโดยไม่เพิ่มความชื้น
สเปรย์ดับกลิ่น 3M — ใช้ปรับอากาศและดับกลิ่นอับในห้องนอนหลังจากผึ่งแดดหมอน เป็นตัวเลือกแบรนด์ที่เชื่อถือได้
ดูสินค้าอ่านต่อ: กลิ่นอับห้องนอน
หมอนแบบไหนซักได้ ซักแล้วต้องทำยังไงให้แห้งสนิท
หมอนหลายชนิดซักได้จริงแต่คนมักซักผิดวิธีหรือทำให้แห้งไม่สนิท ซึ่งทำให้กลิ่นอับหนักกว่าเดิมหลังซัก
เช็กป้ายก่อน หมอนชนิดไหนเข้าเครื่องซักได้
ดูป้ายดูแลรักษาที่ตัวหมอนก่อนเสมอ ป้ายนี้บอกทุกอย่างที่ต้องรู้ สัญลักษณ์ที่ควรรู้จัก:
- รูปถังน้ำ — ซักน้ำได้ ถ้ามีตัวเลขในถังคือความร้อนสูงสุดที่รับได้ (°C)
- รูปถังน้ำมีเส้นขีดฆ่า — ห้ามซักน้ำ ต้องซักแห้งหรือเช็ดเท่านั้น
- รูปวงกลมในสี่เหลี่ยม — อบเครื่องได้
หมอนใยสังเคราะห์และหมอนขนนก ส่วนใหญ่ซักเครื่องได้ แต่ใช้น้ำอุ่นไม่ร้อนจัด และรอบปั่นความเร็วต่ำ หมอนยางพาราและหมอนเมมโมรีโฟม มักซักเครื่องไม่ได้ เพราะน้ำหนักของน้ำที่ซึมเข้าไปจะทำให้โครงสร้างภายในฉีกขาดหรือยุบตัว ถ้าต้องทำความสะอาดให้ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดเช็ดด้านนอกแทน
ซักแล้วต้องทำให้แห้งสนิท ไม่ใช่แค่แห้งภายนอก
นี่คือจุดที่คนพลาดบ่อยที่สุด หมอนที่ออกจากเครื่องซักแล้วรู้สึกแห้งด้านนอก อาจยังชื้นอยู่ข้างในอีกหลายชั่วโมง ถ้าเอาปลอกใส่แล้วนอนทันที ความชื้นข้างในจะหมักต่อและกลิ่นอับจะหนักกว่าเดิม
วิธีที่ได้ผลคือผึ่งลมหรืออบเครื่องที่ความร้อนต่ำ และตบหมอนทุก 30-40 นาที ระหว่างอบเพื่อให้ไส้กระจายตัว ไม่จับตัวเป็นก้อน ทดสอบว่าแห้งสนิทหรือยังให้กดหมอนแรงๆ แล้วดมตรงกลาง ถ้ายังมีกลิ่นอับหรือรู้สึกเย็นชื้น แสดงว่าข้างในยังไม่แห้ง ต้องผึ่งต่อ
อ่านเพิ่มเติม: ตู้เสื้อผ้าเหม็นอับ
ป้องกันกลิ่นอับไม่ให้กลับมา ทำนิดเดียวทุกสัปดาห์
กลิ่นอับในหมอนไม่ได้เกิดขึ้นคืนเดียว แต่สะสมทีละนิดทุกวัน การป้องกันจึงง่ายกว่าการแก้ ถ้าทำเป็นนิสัยเล็กๆ ไม่กี่อย่าง
ผึ่งหมอนรับลมทุกสัปดาห์ ไม่ต้องรอให้เหม็น
ทำง่ายที่สุดในบรรดาทุกวิธี แค่นำหมอนออกไปพิงราวระเบียงหรือวางใกล้หน้าต่างที่มีลมพัดผ่านสัปดาห์ละครั้ง แม้แต่ในห้องแอร์ที่ดูเหมือนแห้ง ความชื้นจากเหงื่อก็ยังสะสมอยู่ในไส้หมอนทุกคืน
การผึ่งลมสม่ำเสมอช่วยให้ความชื้นระบายออกก่อนที่จะสะสมจนหมักกลายเป็นกลิ่น ไม่ต้องรอให้ดมออกก่อนแล้วค่อยทำ เพราะถ้าดมออกแล้วแปลว่าความชื้นสะสมไปมากแล้ว
ซองดูดความชื้นและปลอกหมอนกันไรฝุ่น ช่วยได้จริง
สองอย่างนี้ทำงานต่างกันและเสริมกันได้ดี ซองดูดความชื้น ทำหน้าที่ดูดความชื้นในอากาศรอบๆ หมอน ลดปริมาณความชื้นที่จะซึมเข้าไปในไส้ วางไว้ในตู้เก็บหมอนหรือใกล้หัวเตียงก็ช่วยได้
ปลอกหมอนกันไรฝุ่น ทำหน้าที่ต่างออกไป มันเป็นชั้นกั้นที่ป้องกันไม่ให้เหงื่อและความชื้นซึมเข้าไส้หมอนได้โดยตรง ขณะเดียวกันก็ป้องกันไรฝุ่นที่อาศัยอยู่ในความชื้นและเศษผิวหนังด้วย ใส่ปลอกกันไรฝุ่นก่อน แล้วค่อยสวมปลอกหมอนธรรมดาทับอีกชั้น
ปลอกหมอนกันไรฝุ่น เนื้อผ้าไมโครเทค — ตรงกับคำแนะนำของบทความให้หาปลอกหมอนกันไรฝุ่นมาใส่เพิ่มเพื่อป้องกันความชื้นและกลิ่นอับ
ดูสินค้าถุงดูดกลิ่นอับและความชื้น แขวนได้ — ใช้งานง่ายสำหรับแขวนในตู้เสื้อผ้าหรือใกล้หมอน ช่วยดูดความชื้นและลดกลิ่นอับที่สะสมอยู่
ดูสินค้าถ้าอยู่ในห้องที่อากาศชื้นตลอดเวลา เช่น ห้องที่ไม่ค่อยได้เปิดหน้าต่างหรืออยู่ชั้นล่างที่อากาศถ่ายเทน้อย การใช้เครื่องลดความชื้นในห้องนอนจะช่วยได้ในระยะยาว เพราะความชื้นในอากาศต่ำลง หมอนก็สะสมความชื้นช้าลงด้วย
เครื่องลดความชื้น 20ลิตร/วัน — แก้ปัญหาความชื้นสะสมในหมอนที่บทความระบุว่าเป็นต้นเหตุของกลิ่นอับ ลดความชื้นในอากาศห้องนอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดูสินค้า