กลิ่นอับในตู้เย็นมาจากไหนกันแน่
ก่อนจะดับกลิ่นได้ถาวร ต้องรู้ก่อนว่ากลิ่นเกิดจากอะไร เพราะแต่ละสาเหตุแก้คนละวิธี
จุดซ่อนเร้นที่คนทำความสะอาดข้ามเสมอ
ส่วนใหญ่เวลาล้างตู้เย็น คนมักเช็ดแค่ชั้นวางกับผนังด้านใน แล้วก็ปิดประตูถือว่าเสร็จ แต่กลิ่นจริงๆ มักซ่อนอยู่ในสามจุดที่ไม่ค่อยมีใครแตะ
- ยางขอบประตู — ร่องยางลึกเป็นที่สะสมความชื้นและเศษอาหารโดยไม่รู้ตัว เชื้อราขึ้นได้ง่ายมากในร่องนี้ ลองเอาผ้าขาวเช็ดดู ถ้าออกมาเป็นสีน้ำตาลหรือดำ นั่นคือคำตอบ
- ถาดน้ำทิ้งด้านหลังตู้ — ถาดนี้รองรับน้ำที่ระบบละลายน้ำแข็งปล่อยออกมา ถ้าไม่เคยล้างเลยอาจมีคราบสะสมมาหลายปี กลิ่นจากถาดนี้โชยขึ้นมาในตู้ได้ตลอดเวลา
- ช่องระบายอากาศภายใน — มักมีฝุ่นและคราบอาหารเกาะ อากาศที่วนเวียนในตู้พาเอากลิ่นจากจุดนี้ไปทั่วทุกชั้น
สามจุดนี้ล้างด้วยผ้าชื้นธรรมดาไม่หลุด ต้องใช้แปรงเล็กหรือผ้าชุบน้ำส้มสายชูเช็ดให้เข้าซอก
อาหารที่ดูไม่เสียแต่ปล่อยกลิ่น
มีอาหารหลายอย่างที่ยังกินได้สนิท แต่กลิ่นมันแรงพอที่จะแผ่ซึมไปทั้งตู้ โดยเฉพาะในพื้นที่ปิดแบบตู้เย็นคอนโดที่อากาศหมุนเวียนอยู่ตลอด
ของหมักดองอย่างกิมจิ ปลาร้า หรือน้ำพริกที่เปิดฝาแล้วค้างไว้ กลิ่นมันทะลุฝาพลาสติกบางๆ ได้สบาย ผลไม้สุกเต็มที่อย่างทุเรียนหรือมะม่วงสุกก็เช่นกัน ถึงจะใส่ถุงมาแล้วก็ยังส่งกลิ่นได้
อีกเรื่องที่มองข้ามกันบ่อยคือกล่องอาหารที่มีคราบซึมออกมาด้านนอก เวลาวางทับกัน คราบนั้นแห้งติดชั้นวาง กลายเป็นกลิ่นอับที่ล้างออกยากมาก
ปัญหาเฉพาะตู้เย็นในคอนโด
ห้องคอนโดที่ปิดแอร์ตลอดวันมีอากาศถ่ายเทน้อยกว่าบ้านปกติมาก ความชื้นสะสมสูง และกลิ่นในตู้เย็นก็สะสมเร็วกว่าตามไปด้วย
ตู้เย็นที่วางชิดผนังหรือชิดตู้ครัวมักมีการระบายอากาศด้านหลังไม่ดี ความร้อนจากคอมเพรสเซอร์สะสม ทำให้ถาดน้ำทิ้งด้านล่างร้อนขึ้น น้ำในถาดระเหยกลายเป็นไอที่มีกลิ่นได้เร็วกว่าปกติ และถ้าตู้เย็นใช้มาหลายปีโดยไม่เคยล้างถาดน้ำทิ้งเลย คราบในถาดนั้นหนามาก กลิ่นมันอยู่ลึกกว่าที่คิด
อ่านต่อ: ตู้เสื้อผ้าเหม็นอับ
ล้างตู้เย็นให้หมดกลิ่น ทำยังไงให้ได้ผลจริง
การล้างตู้เย็นให้หมดกลิ่นอับไม่ใช่แค่เช็ดชั้นวาง มีลำดับและจุดที่ต้องทำให้ครบ
ลำดับการล้างที่ถูกต้อง
เริ่มจากเอาของออกให้หมดก่อน อย่าพยายามเช็ดรอบของที่ยังอยู่ในตู้ เพราะจะเช็ดไม่ถึงซอก และกลิ่นก็กลับมาเร็วกว่าเดิม
ลำดับที่ได้ผลจริงคือ
1. เอาของออกทั้งหมด ถอดชั้นวางและลิ้นชักออกมาล้างแยกในอ่าง 2. เช็ดยางขอบประตูด้วยผ้าชุบน้ำส้มสายชูเจือจาง เน้นเข้าร่องลึก 3. ดึงถาดน้ำทิ้งด้านหลังออกมาล้าง ถ้าเป็นสีน้ำตาลให้แช่น้ำส้มสายชูสักสิบนาทีก่อน 4. เช็ดผนังและเพดานด้านในด้วยน้ำส้มสายชูเจือจาง หรือน้ำยาทำความสะอาดตู้เย็นที่ปลอดภัยกับอาหาร 5. ปล่อยให้แห้งสนิทก่อนใส่ของกลับ — นี่คือขั้นที่คนมักข้าม ความชื้นที่เหลืออยู่คือต้นเหตุกลิ่นอับรอบหน้า
น้ำยาทำความสะอาดตู้เย็นที่ฆ่าเชื้อและดับกลิ่น — ช่วยล้างตู้เย็นให้หมดกลิ่นตามขั้นตอนที่บทความสอน
ดูสินค้าน้ำยาและวัสดุที่ใช้ได้ผลจริงในบ้าน
น้ำส้มสายชูขาวเจือจาง (น้ำ 1 ส่วน น้ำส้มสายชู 1 ส่วน) ใช้ได้ดีกับคราบทั่วไปและกลิ่นจากเชื้อรา กลิ่นน้ำส้มสายชูจะหายไปเองเมื่อแห้ง ไม่ติดอาหาร
เบกกิ้งโซดาผสมน้ำเล็กน้อยทำเป็นเพสต์ใช้ขัดคราบฝังที่ยางขอบประตูได้ดีกว่าผ้าเช็ดธรรมดา และช่วยดึงกลิ่นออกจากพื้นผิวได้ด้วย
น้ำยาล้างจานเจือจางมากๆ ใช้ล้างชั้นวางได้ แต่ต้องล้างน้ำเปล่าตามให้สะอาด เพราะกลิ่นน้ำยาที่ตกค้างจะซึมเข้าอาหารได้ ห้ามใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่มีกลิ่นแรงหรือสารฟอกขาวในตู้เย็น กลิ่นเคมีจะติดอาหารนานมาก
สเปรย์ทำความสะอาดตู้เย็นสูตรธรรมชาติ — เหมาะสำหรับเช็ดยางขอบประตูและชั้นวางตามที่บทความแนะนำ
ดูสินค้าของใช้ดับกลิ่นตู้เย็นที่ใช้ได้จริงในคอนโด
หลังล้างแล้ว การวางตัวดูดกลิ่นไว้ในตู้ช่วยให้กลิ่นไม่สะสมกลับมาเร็ว แต่ของแต่ละแบบทำงานต่างกัน
เบกกิ้งโซดา ถ่านดูดกลิ่น และตัวดูดกลิ่นสำเร็จรูป
เบกกิ้งโซดาแบบเปิดกล่องวางไว้ทำงานได้จริง ดูดซับกลิ่นได้หลายแบบ แต่อายุสั้น ต้องเปลี่ยนทุก 4-6 สัปดาห์ ถ้าทิ้งไว้นานกว่านั้นจะอิ่มตัวและหยุดทำงาน
ถ่านกัมมันต์หรือชาร์โคลอายุยาวกว่ามาก บางแบบใช้ได้ 1-2 เดือน ก่อนต้องเปลี่ยน รูพรุนในถ่านดูดซับโมเลกุลกลิ่นได้มากกว่าเบกกิ้งโซดา เหมาะกับคอนโดที่ความชื้นสูงเพราะดูดซับได้ทั้งกลิ่นและความชื้นส่วนเกิน
ตัวดูดกลิ่นสำเร็จรูปบางแบบมีสารฆ่าเชื้อรวมอยู่ด้วย เหมาะถ้าตู้เย็นเคยมีปัญหาเชื้อราหรือกลิ่นเหม็นเน่าจากอาหารที่เสียในตู้ ตัวเลือกนี้ดูแลง่ายกว่าเบกกิ้งโซดาเพราะไม่ต้องวัดหรือเปลี่ยนบ่อย
เจลดับกลิ่นตู้เย็นชาร์โคลที่บทความแนะนำให้วางชั้นกลาง — ดูดซับกลิ่นอับได้จริงและใช้ได้ทุกวันโดยไม่ต้องล้างใหม่
ดูสินค้ากล่องดับกลิ่นที่ใช้ถ่านดูดกลิ่นและฆ่าเชื้อ — ทำงานเหมือนเบกกิ้งโซดาที่บทความแนะนำให้วางไว้ชั้นกลาง
ดูสินค้าวางตรงไหนในตู้ถึงได้ผลสุด
ตำแหน่งที่ดีที่สุดคือ ชั้นกลาง ใกล้ช่องระบายอากาศ เพราะอากาศในตู้เย็นหมุนเวียนผ่านจุดนี้ตลอด ตัวดูดกลิ่นที่วางตรงนี้จะสัมผัสกับอากาศได้มากที่สุด
ไม่ควรวางชิดผนังหลังตู้ อากาศตรงนั้นไหลเวียนน้อยกว่า และความเย็นจัดบริเวณนั้นทำให้ประสิทธิภาพดูดซับลดลงได้ ช่องประตูตู้เย็นก็ไม่ใช่ตำแหน่งที่ดี เพราะอากาศหมุนเวียนน้อยและอุณหภูมิเปลี่ยนทุกครั้งที่เปิดประตู ทำให้ตัวดูดกลิ่นเสื่อมเร็ว
ป้องกันกลิ่นไม่ให้กลับมา ทำได้ทุกวันโดยไม่ต้องล้างใหม่
กลิ่นอับกลับมาเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับนิสัยการใช้ตู้เย็นมากกว่าแค่การล้าง
นิสัยเก็บอาหารที่ช่วยได้มาก
ของที่กลิ่นแรงอย่างกิมจิ น้ำพริก หรืออาหารหมักดองควรอยู่ในกล่องที่ปิดสนิทจริงๆ ไม่ใช่แค่วางฝาทับ กล่องที่มีซีลรอบขอบช่วยได้มากกว่าที่คิด
สิ่งที่ทำให้กลิ่นสะสมเร็วโดยไม่รู้ตัวคือ
- เก็บอาหารร้อนเข้าตู้ทันที ไอน้ำจากอาหารร้อนเพิ่มความชื้นในตู้เย็นและเร่งกลิ่น
- วางของโดยไม่ปิดฝา แม้แค่ข้ามคืน
- ไม่เช็ดขวดหรือกล่องก่อนเข้าตู้ คราบด้านนอกแห้งติดชั้นวางกลายเป็นกลิ่นสะสม
กล่องเก็บของในตู้เย็นแบบใส — ช่วยจัดระเบียบอาหารและลดการสะสมกลิ่นจากการผสมผสานของอาหารต่างชนิด
ดูสินค้าตรวจสอบของหมดอายุสม่ำเสมอ ไม่ต้องรอให้เน่าก็ส่งกลิ่นได้แล้ว ของที่ใกล้หมดอายุมักมีกลิ่นอ่อนๆ ที่สะสมในพื้นที่ปิดได้ดี
รอบการดูแลที่เหมาะกับชีวิตคอนโด
สำหรับคนอยู่คนเดียวหรือสองคน ไม่ต้องล้างตู้เย็นทุกเดือนก็ได้ แต่มีจุดที่ดูแลเบาๆ สม่ำเสมอแล้วกลิ่นไม่สะสม
- ทุกเดือน — เช็ดยางขอบประตูด้วยผ้าชุบน้ำส้มสายชูเจือจาง ใช้เวลาไม่ถึงห้านาที
- ทุก 1-2 เดือน — เปลี่ยนเบกกิ้งโซดาหรือถ่านดูดกลิ่น อย่าปล่อยให้อิ่มตัว
- ทุก 3 เดือน — ดึงถาดน้ำทิ้งด้านหลังออกมาล้าง นี่คือจุดที่ถ้าข้ามไปกลิ่นจะกลับมาทุกครั้งแม้ล้างชั้นวางสะอาดแค่ไหน
รอบนี้ไม่ได้เยอะ ทำแต่ละอย่างไม่นาน แต่ถ้าทำสม่ำเสมอ ตู้เย็นจะไม่มีกลิ่นอับให้ต้องล้างใหญ่บ่อยๆ อีก
ดูเพิ่มที่: หมอนเหม็นอับ แก้ยังไง
